หน้าแรก > ข่าวอัพเดท > ผู้ประกาศข่าวดีแห่งความหวัง ตามรอยองค์พระมหาไถ่
ผู้ประกาศข่าวดีแห่งความหวัง
ตามรอยองค์พระมหาไถ่
คุณพ่อโรเจอร์ริโอ โกเมส C.Ss.R. มหาธิการ
ในโอกาสครบรอบ 293 ปีแห่งการก่อตั้งคณะพระมหาไถ่ คุณพ่อโรเจอร์ริโอ โกเมส C.Ss.R. มหาธิการ ได้ส่งจดหมายถึงสมาชิกของคณะและครอบครัวคณะพระมหาไถ่ เนื้อหาจดหมายชวนให้เรามองย้อนกลับไปยังพระพรและความซื่อสัตย์ของพระเจ้าในอดีต พร้อมทั้งให้เรามองไปยังความท้าทายและความหวังที่รออยู่ในปัจจุบันและอนาคต
ปีนี้เป็นปีพิเศษ เนื่องด้วยเป็นปีที่อุทิศให้กับพันธกิจ อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง “ปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง” และยังเป็นวันครบรอบการถือกำเนิดของนักบุญเยราร์ด มายเยลลา เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่เตือนใจเราว่าพระเจ้าทรงดำเนินเคียงข้างคณะพระมหาไถ่มาโดยตลอด พร้อมกับปลุกให้เราทบทวนความหมายของ “ความร้อนรนในงานแพร่ธรรม” ที่เป็นหัวใจของเรา
คุณพ่อมหาธิการย้ำว่า เราไม่ใช่คนที่อยู่แยกจากโลกแต่เราเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่กำลังเผชิญกับสงคราม ความขัดแย้ง ความยากจน และความสิ้นหวังหลายรูปแบบ สภาพความเป็นจริงเหล่านี้ทำให้เสียงของพระคัมภีร์และคำสั่งสอนในพระธรรมนูญข้อที่ 1 ชัดเจนขึ้นเสมอว่า เราถูกเรียกให้ “ตามแบบอย่างพระคริสตเจ้า ผู้ทรงประกาศพระวาจาแก่คนยากจน” และทำงานเพื่อผู้ที่ถูกทอดทิ้งที่สุด
ในจดหมาย มหาธิการตั้งคำถามถึงเราทุกคน: เราเห็นตัวเองในพันธกิจนี้จริงหรือไม่? หรือบางครั้งเราสูญเสียความร้อนรนและความหมายของการเป็นธรรมทูตไปแล้ว? คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อความกลัว แต่เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกลับใจด้านพันธกิจ การละทิ้งความปลอดภัยที่คุ้นเคย และการเปิดใจใหม่ต่อพระจิตเจ้าซึ่งทรงนำทางเรา
มหาธิการเตือนว่าความกลัว ความเฉยชาหรือการปิดใจ อาจทำให้เรา “อยู่ริมฝั่ง” โดยไม่ยอมก้าวลงเรือ ไม่ร่วมเดินทางไปสู่ท้องทะเลของพันธกิจ การวิจารณ์โดยไม่ลงมือช่วย การละเลยความทุกข์ของผู้อื่น หรือการละเลยชีวิตภาวนาล้วนเป็นสัญญาณของความอ่อนล้าภายในจิตใจ แต่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เหตุใดจึงกลัวเล่า? พวกท่านยังไม่มีความเชื่ออีกหรือ?” คำถามนี้ยังคงสั่นสะเทือนจิตใจเราเสมอในยามเผชิญความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม มหาธิการไม่ปล่อยให้เราอยู่กับความกลัว แต่ชี้ให้เห็นความจริงว่า การเดินทางของคณะเป็นการเดินทางที่มีทิศทาง ชัดเจน และมีเข็มทิศ คือ พระวรสาร พระธรรมนูญของคณะ ชีวิตของนักบุญอัลฟอนโซ และแบบอย่างของนักบุญและผู้ถวายชีวิตในคณะที่เดินก่อนหน้าเรา พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้ถือหางเสือ แต่เรือจะถึงฝั่งได้ก็ต่อเมื่อผู้พายร่วมมือกัน มีความหวังและเชื่อมั่นว่าเราไม่ได้เดินทางลำพัง
มหาธิการเชิญให้เราเลือกทิศทางที่ต้องการพาคณะไปในอีก 300 ปีข้างหน้า เราจะเลือกฝั่งแห่งความเฉยเมยและความถอยหลัง หรือเราจะเลือกฝั่งแห่งความกล้า ความริเริ่มและความซื่อสัตย์อย่างสร้างสรรค์ต่อพระพรที่ได้รับ? เสียงเรียกให้ “ข้ามไปสู่อีกฝั่งหนึ่ง” (มก 4:35) ยังคงเป็นคำเชิญที่ท้าทายทุกยุคทุกสมัย
ท้ายที่สุด มหาธิการเชิญชวนให้เรามองไปที่พระคริสตเจ้า ผู้เป็นจุดหมายและแรงบันดาลใจ “เมื่อเรามองดูพระองค์” เราจะพบทั้งพลัง ความหวัง และจุดหมายปลายทาง เราจะพบฝั่งที่มีผู้คนเหน็ดเหนื่อยและต้องการความรักของพระเจ้าและเราจะพบความจริงที่ว่า มิใช่เราที่ทำงาน แต่เป็นพระองค์ผู้ทรงนำทางเราเสมอ
RECENT UPDATES