หน้าแรก > งานส่งเสริมกระแสเรียก > กระแสเรียกของผู้ใหญ่
โดย คุณพ่อโรเจอร์ริโอ โกเมส, C.Ss.R.
ในยุคปัจจุบัน เราพบว่ามีผู้ใหญ่จำนวนมากที่เริ่มค้นพบ “กระแสเรียก” ของตนในช่วงวัยที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้ว ทั้งในด้านการทำงาน ครอบครัว และศรัทธาในพระเจ้า การตัดสินใจตอบรับกระแสเรียกในวัยผู้ใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นพระพรอันล้ำค่าที่พระเจ้าทรงมอบให้กับพระศาสนจักรและคณะนักบวชต่าง ๆ
สำหรับคณะพระมหาไถ่ การอบรมผู้ใหญ่ถือเป็นการเปิดประตูต้อนรับผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตมาสู่การเป็นธรรมทูตในรูปแบบใหม่ ผู้ใหญ่เหล่านี้มักมีวุฒิภาวะ มีพื้นฐานความรับผิดชอบ และมีแรงบันดาลใจทางจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง การอบรมจึงมุ่งช่วยให้พวกเขาเข้าใจตนเองลึกซึ้งขึ้น และเรียนรู้วิธีใช้ประสบการณ์ชีวิตเพื่อรับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์
พระศาสนจักรให้ความสำคัญกับกระแสเรียกของผู้ใหญ่มาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยสภาวาติกันที่ 2 จนถึงเอกสารปัจจุบัน เช่น Pastores Dabo Vobis และ Ratio Fundamentalis Sacerdotalis ซึ่งต่างย้ำว่าการอบรมผู้ใหญ่ต้องมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับพื้นฐานและประสบการณ์ของแต่ละคน ทั้งด้านมนุษย์ ชีวิตหมู่คณะ ชีวิตจิต และวิชาการ
การอบรมผู้ใหญ่ในคณะพระมหาไถ่จึงไม่เพียงมุ่งเน้นความรู้ทางเทววิทยาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเจริญชีวิตหมู่คณะ การภาวนาอย่างลึกซึ้ง และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในจิตตารมณ์แห่งความเป็นพี่น้อง แม้แต่ละคนจะมีประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน แต่การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพและเปิดใจ คือพื้นฐานสำคัญของชีวิตนักบวช
กระแสเรียกของผู้ใหญ่จึงเป็นทั้ง “พระพร” และ “ความท้าทาย” ผู้ให้การอบรมจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของผู้ใหญ่ มีความยืดหยุ่น และเดินเคียงข้างด้วยความเข้าใจ ไม่เร่งรีบแต่ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยให้พวกเขาเติบโตทั้งในชีวิตจิตและพันธกิจ
แม้เส้นทางของผู้ใหญ่ในกระแสเรียกอาจสั้นกว่าในแง่ของเวลา แต่สามารถเติมเต็มด้วยคุณภาพแห่งความเชื่อ ความรัก และความรับผิดชอบที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม กระแสเรียกของผู้ใหญ่จึงเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังของพระศาสนจักรในยุคนี้ ว่าพระเจ้ายังคงทรงเรียกทุกคนให้ร่วมในพันธกิจแห่งความรอด โดยไม่จำกัดอายุหรือช่วงเวลาในชีวิตเลย
เพื่อช่วยให้ผู้สมัครและสมาชิกมีวุฒิภาวะทั้งด้านมนุษย์และคริสตชน
พร้อมอุทิศตนอย่างมีสติ เต็มใจ และด้วยหัวใจทั้งสิ้น เพื่อพันธกิจของพระศาสนจักรในชีวิตหมู่คณะในคณะพระมหาไถ่
ตามธรรมนูญข้อ 78: “เพื่อเทศน์สอนข่าวดีแก่คนยากจน”
ปรากฏการณ์ของ “กระแสเรียกของผู้ใหญ่” (Mature Vocations) กำลังเพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน
สาเหตุ: อัตราการเกิดต่ำ, อายุขัยยืน, วัยรุ่นยืดยาว, คนเข้าสามเณรน้อยลง, และบางคนเลื่อนกระแสเรียกออกไป
ผู้ใหญ่ที่เข้ามาอบรมมีทั้งผู้มีการศึกษาทางอาชีพ หรือผู้มีวุฒิการศึกษาสูง
คณะพระมหาไถ่มองว่ากลุ่มนี้เป็น “ของขวัญจากพระเจ้า” ไม่ใช่ภาระ
หมายถึงผู้ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตในด้านต่าง ๆ ทั้งสังคม อารมณ์ เศรษฐกิจ และความเชื่อ
ได้ค้นพบหรือ “ตื่นรู้” กระแสเรียกของตนในวัยที่โตขึ้น
การมาช้าไม่ได้หมายถึงความไม่พร้อมเสมอไป — หลายคนเลื่อนเพราะภาระครอบครัว การดูแลผู้อื่น การศึกษา หรือการกลับใจภายหลัง
1. Optatum Totius (1965) – สนับสนุนให้มีสถาบันอบรมสำหรับผู้ที่ได้รับกระแสเรียกในวัยผู้ใหญ่
2. Sacred Congregation for Catholic Education (1976) – มอง “กระแสเรียกของผู้ใหญ่” อย่างบวก เป็นเครื่องหมายของการฟื้นฟูฝ่ายจิต
o ควรมีการอบรมที่เหมาะสม ยึดตามหลักสูตรเทววิทยา
o เน้นความสมดุลและการปรับตัวให้เหมาะกับอายุและประสบการณ์
3. Pastores Dabo Vobis (1992) – แนะนำให้มีโปรแกรมอบรมเฉพาะสำหรับผู้ใหญ่
4. Apostolorum Successores (2004) – พระสังฆราชควรจัดโครงการอบรมเฉพาะสำหรับกระแสเรียกของผู้ใหญ่
5. Ratio Fundamentalis Sacerdotalis (2016) – ย้ำถึงการรับผู้ใหญ่ด้วยการพิจารณาอย่างรอบคอบ
o ต้องประเมินแรงจูงใจทางจิตวิญญาณ
o ต้องอบรมอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านมนุษย์ ชีวิตกลุ่ม เทววิทยา และจิตตารมณ์
กระแสเรียกเป็น “ของประทานของพระจิต” ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัย
อายุไม่ใช่ตัวกำหนดกระแสเรียก แต่สิ่งสำคัญ คือ การตอบสนองต่อพระเจ้า
การอบรมต้องครอบคลุม 5 มิติ (มนุษย์ ชีวิตจิต ชีวิตกลุ่ม วิชาการ และอภิบาล)
ต้องเน้น “ความค่อยเป็นค่อยไป ความยืดหยุ่น และความต่อเนื่อง”
1. มิติด้านมนุษย์ (Human Dimension)
ฝึกความรู้จักตนเอง การควบคุมอารมณ์ การเปิดใจรับฟังผู้อื่น
พัฒนาความเห็นอกเห็นใจ ความยืดหยุ่น และความสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น
การประกาศข่าวดีเริ่มจาก “การรู้จักตนเองก่อน”
2. มิติชีวิตหมู่คณะ (Community Life)
ผู้ใหญ่มีบุคลิกและประสบการณ์ชีวิตที่มั่นคงแล้ว
ต้องช่วยให้พวกเขาเรียนรู้การอยู่ร่วม การแก้ปัญหาความขัดแย้ง และสร้างความสัมพันธ์พี่น้องแท้จริง
เน้นกิจกรรมกลุ่ม: จิตตบำบัด, กีฬา, การภาวนา, การแบ่งปันชีวิต
ผู้ให้การอบรมต้องมีบทบาทกระตุ้นและแนะนำ
3. มิติด้านวิชาการ (Academic Life)
ผู้ใหญ่หลายคนมีปริญญาและความรู้ลึก
ควรใช้ศักยภาพนี้ในการเสริมการอบรมให้เป็นสหวิทยาการ
เปิดพื้นที่ให้ใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของหมู่คณะและพันธกิจ
4. หลักการแห่งความยืดหยุ่น (Flexibility)
ผู้ให้การอบรมต้องปรับโปรแกรมให้สอดคล้องกับประสบการณ์ชีวิตของผู้ใหญ่
คำนึงถึงพื้นฐานการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และความพร้อมทางจิตวิญญาณ
การอบรมควรเป็น “กระบวนการเปิดกว้าง” ไม่ใช่ “กรอบตายตัว”
การอบรมไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางศาสนา แต่เป็นการ “ปลูกฝังชีวิตจิตส่วนตัว”
ผู้ให้การอบรมควรช่วยให้ผู้เรียนค้นพบ “วิธีภาวนาของตนเอง”
ชีวิตจิตที่แท้ต้องหล่อเลี้ยงชีวิตจากภายใน ไม่ใช่เพียงตามตารางกิจกรรม
กระแสเรียกของผู้ใหญ่คือการที่บุคคลค้นพบเสียงเรียกจากพระเจ้าในช่วงวัยที่มีประสบการณ์ชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะผ่านการทำงาน ครอบครัว หรือการกลับใจภายหลัง ช่วงวัยนี้อาจมาช้ากว่าปกติ แต่เต็มไปด้วยความสุกงอมทางจิตใจและศรัทธา
พระศาสนจักรและคณะนักบวชมองว่ากระแสเรียกของผู้ใหญ่เป็น “พระพร” ที่แสดงว่าพระเจ้ายังทรงเรียกมนุษย์ในทุกช่วงวัย การอบรมผู้ใหญ่จึงต้องมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับประสบการณ์ชีวิต และมุ่งเน้นการเติบโตทั้งในด้านมนุษย์ ชีวิตจิต ชุมชน และการรับใช้ผู้อื่น
ผู้ใหญ่เหล่านี้นำประสบการณ์และวุฒิภาวะมาช่วยเสริมชีวิตหมู่คณะ ทำให้พันธกิจของคณะพระมหาไถ่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้เวลาการรับใช้จะไม่ยาวนานนัก แต่คุณค่าของความศรัทธาและความตั้งใจตอบรับกระแสเรียกคือพลังสำคัญที่ช่วยต่อชีวิตของพระศาสนจักรในยุคปัจจุบัน