หน้าแรก > งานแพร่ธรรมของคณะ > ศูนย์สงเคราะห์
ศูนย์พระมหาไถ่ พัทยา
REDEMPTORIST CENTER PATTAYA
ศูนย์แห่งนี้เป็นเหมือนศูนย์แห่งความหวังของผู้คนมากมายที่เข้ามารับการศึกษา เรียนรู้และเป็นเพื่อน พี่ น้อง เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเขาเหล่านั้นต่างมีความสามารถและสามารถเรียนรู้ได้
มูลนิธิคุณพ่อเรย์ มีอยู่หลาย ๆ ส่วน จึงอยากจะให้ทุกท่านได้รับชมและติดตามการทำงานของเรา อีกทั้ง ท่านยังสามารถที่จะเข้ามาใช้บริการหรือให้การสนับสนุนการทำงานเพื่อสังคมของเรา ภายใต้การทำงานของศูนย์มูลนิธิคุณพ่อเรย์นี้ด้วย
มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ
(The Redemptorist Foundation for People with Disabilities)
(ศูนย์พระมหาไถ่ พัทยา)
หากย้อนกลับไปเกือบครึ่งศตวรรษที่แล้ว มีบาทหลวงท่านหนึ่งชื่อว่า คุณพ่อเรย์มอนด์ เบรนเนน (คุณพ่อเรย์) ผู้มีหัวใจยิ่งใหญ่และความฝันที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับท่านแล้ว มันเป็นพันธกิจที่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง — “พ่อต้องการช่วยเหลือคนพิการทุกคนทั้งโลกเลย”
ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ต่อเพื่อนมนุษย์ คุณพ่อเรย์ได้ก่อตั้งโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ในปี พ.ศ. 2527 เพื่อมอบโอกาสด้านการศึกษาและการฝึกอาชีพให้แก่คนพิการ ท่านเชื่อมั่นว่าคนพิการไม่ใช่ผู้ด้อยค่า แต่เป็นผู้ที่สามารถสร้างสรรค์อนาคตของตนเองได้ หากได้รับโอกาสที่เหมาะสม
ต่อมา มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อทำให้พันธกิจของคุณพ่อเรย์มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมีคณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลากว่า 40 ปี มูลนิธิแห่งนี้ได้กลายเป็นแสงสว่างแก่คนพิการนับหมื่นคน ที่นี่ไม่เพียงสอนให้พวกเขามีอาชีพ แต่ยังมอบศักดิ์ศรี ความมั่นใจ และความหวังในชีวิตใหม่
ปัจจุบัน มูลนิธิยังคงยึดมั่นในหัวใจเดิมคือ “สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน” เราจัดการศึกษาและฝึกอาชีพ เปิดโอกาสให้คนพิการได้ฝึกงานและหางาน สนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคม รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิและการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียม ที่นี่ คนพิการไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจที่สะท้อนให้สังคมเห็นถึงพลังแห่งศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในทุกชีวิต
มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ยังเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมเพื่อคนพิการ เราเดินหน้าเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในสังคม เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การช่วยเหลือ แต่คือการผลักดันให้คนพิการมีพื้นที่ยืนในสังคมอย่างภาคภูมิ
และทุกครั้งที่เราเห็นรอยยิ้มของผู้ที่เคยสิ้นหวังแต่กลับลุกขึ้นมามีงาน มีอาชีพ และมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรี นั่นคือผลลัพธ์ที่งดงามที่สุดของการเดินทางครั้งนี้
วัตถุประสงค์
ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา อาชีพ และสังคม
สร้างสถานศึกษาและศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อคนพิการ
สนับสนุนการวิจัยและเผยแพร่ความรู้ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ
ทำงานร่วมกับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันสิทธิและคุณภาพชีวิตของคนพิการ
ผลิตและเผยแพร่สื่อเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม
ดำเนินงานคุ้มครองสิทธิคนพิการ และพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
พันธกิจ (Missions)
จัดการศึกษาและฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ
ให้บริการฝึกงานและจัดหางาน
ส่งเสริมการประกอบอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม
พัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิตของคนพิการ
สนับสนุนการเข้าถึงสิทธิและขจัดการเลือกปฏิบัติ
พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม
บริหารองค์กรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน
เป้าหมาย
จัดการศึกษาและพัฒนาอาชีพที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เพื่อสร้างงานที่มีคุณค่าและยั่งยืน
ลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกมุมของประเทศ พร้อมส่งเสริมสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียม
สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล และมุ่งสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับสากล
ปรัชญา – คำขวัญ – วิสัยทัศน์
ปรัชญา (Philosophy):
“คุณธรรมนำฟื้นฟู พัฒนาสู่ประชาสังคม”
คำขวัญ (Motto):
“สร้างสรรค์ เป็นธรรม ยั่งยืน”
วิสัยทัศน์ (Vision):
มุ่งเป็นองค์กรระดับสากลที่ส่งเสริมการศึกษา อาชีพ และสิทธิของคนพิการ ขจัดการเลือกปฏิบัติ และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างสังคมแห่งความเสมอภาค
มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ
ที่ตั้ง: 440 อาคาร F ชั้น 1 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
ตู้ ปณ. 11 เมืองพัทยา ชลบุรี 20260
โทร: 02-572-4042 ต่อ 8300
มือถือ: 089-936-7598 (คุณทรงศักดิ์ รีฮุง)
โทรสาร: 02-572-4042 กด 9993
อีเมล: [email protected]
เว็ปไซด์: ศูนย์พระมหาไถ่ พัทยา
เฟสบุ๊คเพจ: https://www.facebook.com/mahatai?locale=th_TH
ซารนิลลี่ เฮาส์
SARNELLI HOUSE
ซารนิลลี่ เฮาส์
(Sarnelli House)
กลางเมืองหนองคายเล็ก ๆ มีบ้านหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความหวัง บ้านหลังนั้นคือ “ซารนิลลี่ เฮาส์” บ้านที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแลเด็กกำพร้าและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ ให้พวกเขามีที่พักพิงที่อบอุ่น และโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
ซารนิลลี่ เฮาส์ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 โดย บาทหลวงไมเกิ้ล เช พระสงฆ์ธรรมทูตคณะพระมหาไถ่ ด้วยหัวใจที่ต้องการโอบอุ้มเด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากโรคระบาดที่รุนแรงในยุคนั้น เด็ก ๆ เหล่านี้สูญเสียพ่อแม่และครอบครัว แต่พวกเขาไม่ควรสูญเสีย “อนาคต” ไปพร้อมกัน บ้านหลังนี้จึงเป็นมากกว่าสถานสงเคราะห์ แต่เป็น “ครอบครัวใหม่” ที่คอยเติมเต็มความรัก ความอบอุ่น และการดูแล
ปัจจุบันมีเด็กมากกว่า 140 คนที่อาศัยอยู่ในบ้านซารนิลลี่ และอีกกว่า 20 คนที่อยู่กับญาติหรือครอบครัว แต่ยังได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เด็ก ๆ ทุกคนได้รับการดูแลด้านสุขภาพ เข้าถึงยาต้านไวรัส และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าองค์กรจะยังคงเผชิญกับความท้าทายในด้านงบประมาณและบุคลากร แต่ก็ไม่เคยหยุดที่จะพยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา
ที่นี่ เด็ก ๆ ไม่เพียงแค่ได้รับการรักษาพยาบาล แต่ยังได้รับโอกาสทางการศึกษา ได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป และเรียนรู้การดูแลตนเองเพื่อเติบโตอย่างมั่นคง ที่สำคัญ บ้านซารนิลลี่พยายามสร้างความเข้าใจให้กับชุมชน เพื่อให้เด็กเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ และสังคมได้อย่างภาคภูมิ
ผลลัพธ์ที่งดงามก็คือ เด็กหลายคนที่เคยอ่อนแอและสิ้นหวัง กลับมีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง และมีความฝันสำหรับวันพรุ่งนี้ บางคนอยากเป็นครู บางคนอยากเป็นพยาบาล บางคนอยากกลับไปช่วยเหลือเด็ก ๆ เหมือนที่พวกเขาเคยได้รับความช่วยเหลือที่นี่
ซารนิลลี่ เฮาส์ จึงไม่ใช่เพียงองค์กรการกุศล แต่คือบ้านแห่งความรัก ความหวัง และชีวิตใหม่
จุดประสงค์
ดูแลเด็กที่ติดเชื้อเอดส์และได้รับผลกระทบจากเอดส์ ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาและการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม
สนับสนุนและสงเคราะห์เด็กที่พักอยู่กับครอบครัวหรือญาติ ให้สามารถเข้าถึงการรักษาและการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงาน
ดูแลและติดตามการรักษาพยาบาลของเด็กติดเชื้อเอดส์ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐในการรับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
จัดการศึกษาและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กในโครงการ
ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กและครอบครัว เพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการแพทย์และการศึกษา
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เด็กติดเชื้อเอดส์ในบ้านซารนิลลี่ เฮาส์ ได้รับการดูแลสุขภาพและยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไป
เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพ เพื่ออนาคตที่ดีของพวกเขา
เด็กที่อาศัยอยู่กับครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการช่วยเหลือทั้งด้านการแพทย์และการศึกษา
ซารนิลลี่ เฮาส์ (Sarnelli House)
ที่อยู่: 166 ม.6 หมู่บ้านดอนหวาย ต.เวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย 43000
เว็ปไซด์: เว็บไซต์ภาษาไทย | เว็บไซต์หลัก
Facebook: Sarnelli House Nongkhai
ศูนย์เมอร์ซี่
MERCY CENTRE
ศูนย์เมอร์ซี่
(Mercy Centre)
กลางชุมชนคลองเตยที่คับแคบและเต็มไปด้วยความยากลำบาก มีเรื่องราวเล็ก ๆ ที่งดงามเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน...
เมื่อ บาทหลวงโจเซฟ เอช. ไมเออร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันด้วยความรักว่า “คุณพ่อโจ” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดแม่พระปฏิสนธินิรมลแห่งเหรียญอัศจรรย์ ท่านได้เห็นภาพเด็ก ๆ ในสลัมที่วิ่งเล่นไปวัน ๆ โดยไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียน หลายคนถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในขณะที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงานหนักที่ท่าเรือ บางครอบครัวส่งลูกเรียนไม่ไหว เด็กจำนวนมากจึงไม่ได้แม้แต่โอกาสเตรียมตัวเข้าเรียน ป.1
คุณพ่อโจไม่อาจนิ่งเฉย ท่านจึงชวน ซิสเตอร์มาลินี ฉันทวโรดม หรือ “คุณแม่มาเรีย” มาช่วยสอนหนังสือเด็ก ๆ คาทอลิกเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง แต่ความรักนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงศาสนาเดียว เพราะไม่นาน ชาวบ้านจากพุทธและอิสลามก็มาร่วมด้วยช่วยกัน สร้าง “โรงเรียนวันละบาท” ขึ้นมา พ่อแม่ที่ไปทำงานตอนเช้าสามารถฝากลูกไว้ที่นี่ และกลับมารับตอนเย็น เด็ก ๆ ได้ทั้งความรู้ อาหาร และความปลอดภัย
โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งแรกนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด จนต่อมาได้ขยายไปยังหลายชุมชน และในปี พ.ศ. 2552 ศูนย์เด็กปฐมวัยของมูลนิธิเมอร์ซี่มีมากถึง 24 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และอีกหนึ่งแห่งที่เกาะเหลา จ.ระนอง เพื่อดูแลเด็กชาวมอแกน เด็กกว่า 50,000 คน ได้เริ่มต้นการเรียนรู้ครั้งแรกในชีวิตที่นี่
การเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความรัก
ศูนย์เมอร์ซี่ใช้หลักสูตรตามกระทรวงศึกษาธิการ แต่ปรับให้เหมาะกับชีวิตจริงของเด็กในชุมชน เน้น “การเรียนรู้อย่างมีความสุข” และปลูกฝังคุณธรรม พร้อมคำขวัญอบอุ่นใจว่า
“เรียนให้เป็น เล่นให้รู้ ควบคู่คุณธรรม”
เด็ก ๆ ทุกคนจะได้รับการดูแลทั้งกายและใจ ตั้งแต่โภชนาการ — ข้าว มื้อกลางวัน นม และผลไม้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะขาดสารอาหารที่พบมากถึง 20% — ไปจนถึงชั่วโมงนอนพักผ่อน เพื่อให้สมวัยและพร้อมเรียนรู้
ปลอดภัยเหมือนบ้าน
ในชุมชนแออัดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ศูนย์เมอร์ซี่จึงเปิดเร็วกว่าที่อื่น และปิดช้ากว่าใคร เปิดทำการถึง 300–320 วันต่อปีเพื่อให้พ่อแม่ไปทำงานได้อย่างสบายใจ และที่สำคัญ เด็ก ๆ จะได้อยู่ในที่ปลอดภัย ได้เล่น ได้เรียน และได้เติบโตอย่างมีความสุข
ความร่วมมือจากหัวใจของชุมชน
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ศูนย์เมอร์ซี่ไม่เคยเดินลำพัง ทุกก้าวคือความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน พ่อแม่สมทบค่าดูแลเท่าที่ทำได้ หากครอบครัวยากจนจนไม่สามารถช่วยสมทบได้ เด็กก็ยังมีสิทธิ์เข้าเรียนเสมอ เพราะไม่มีใครควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิยังได้สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จนสามารถส่งต่อศูนย์ให้ชุมชนดูแลเองได้แล้วถึง 8 แห่งเพื่อให้ความช่วยเหลือนี้ยั่งยืน และขยายต่อไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ที่ยังรอคอยโอกาส
ความท้าทายและความหวัง
แม้งานจะเต็มไปด้วยความท้าทาย — เด็กเร่ร่อน เด็กยากจน ลูกกรรมกร เด็กที่ต้องโตเร็วกว่าที่ควร — แต่หัวใจของศูนย์เมอร์ซี่ก็ยังคงมั่นคงเสมอ ว่าจะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เด็กทุกคนได้สิทธิ์พื้นฐานที่เด็กทุกคนควรมี นั่นคือ โอกาสในการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในวัยเยาว์อย่างมีความสุข
มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี่)
ที่อยู่: 100/11 เคหะคลองเตย 4 ถนนดำรงลักธิพิพัฒน์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร: (02) 671-5313
แฟกซ์: (02) 671-7028
เว็ปไซด์: https://www.mercycentre.org/new/th/index.php?page=ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่
เฟสบุ๊คเพจ: https://www.facebook.com/mercycentre/?locale=th_TH