หน้าแรก > งานส่งเสริมกระแสเรียก > มิติของการอบรม
อ้างอิงจาก Ratio Formationis Generalis ค.ศ. 2020 ข้อ 51–57
(The Human Dimension)
“ชีวิตแห่งการถวายตัวในมิติของความเป็นมนุษย์และความเป็นพี่น้อง เรียกร้องให้มีการรู้จักตนเองและตระหนักถึงขอบเขตข้อจำกัดของตน เพื่อมอบแรงบันดาลใจและการสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับสมาชิกแต่ละคนบนหนทางแห่งเสรีภาพที่แท้จริง”
(Vita Consecrata, ข้อ 71)
การอบรมในมิตินี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาคุณสมบัติและคุณธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ที่จำเป็นต่อชีวิตและพันธกิจ ของแต่ละสมาชิกในหมู่คณะพระมหาไถ่
เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันและร่วมมือกันในพันธกิจของพระคริสตเจ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มด้วยความเป็นพี่น้องแท้จริง
(The Spiritual Dimension)
สำหรับคณะพระมหาไถ่ “ชีวิตจิตเป็นทั้งรากฐานและผลลัพธ์ของพันธกิจ”
(จากเอกสารสมัชชาคณะพระมหาไถ่
ครั้งที่ 22 ค.ศ. 1997, ข้อ 6)
ชีวิตจิตจึงเป็นพลังหล่อเลี้ยงและเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกสิ่งที่เราทำและสิ่งที่เราเป็น
การอบรมในมิตินี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อหล่อหลอมให้ผู้เข้ารับการอบรมได้หยั่งรากลึกในความสัมพันธ์กับพระเจ้า และให้ชีวิตจิตกลายเป็นพลังในการออกไปประกาศข่าวดีแก่ผู้อื่น
(The Community Dimension)
“การอยู่ร่วมกันไม่เพียงหมายถึงการอาศัยอยู่ในที่เดียวกันเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการแบ่งปันกันอย่างแท้จริง ทั้งในระดับมนุษย์และจิตวิญญาณ จุดมุ่งหมายของชีวิตหมู่คณะคือการให้สมาชิกทุกคนเหมือนดังอัครสาวก (เทียบ มก. 3:14; กจ. 2:42–45) รวมใจกันด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในความเป็นพี่น้อง ร่วมกันภาวนา ปรึกษาหารือ ทำงานและร่วมทุกข์ร่วมสุข ความสำเร็จและความล้มเหลว รวมทั้งแบ่งปันทรัพย์สินเพื่อรับใช้พระวรสาร”
(พระวินัยฯ ข้อ 21–22)
ดังนั้น การอบรมจึงต้องปลูกฝังจิตตารมณ์แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง เพื่อให้สมาชิกในคณะเป็นพลังแห่งการประกาศข่าวดีและเป็นพยานถึงความรักของพระคริสต์
(The Academic Dimension)
การศึกษาในด้านวิชาการและสติปัญญา เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเข้าใจความเป็นจริงทั้งในอดีตและปัจจุบัน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกาศข่าวดีแก่ผู้คนในวัฒนธรรมต่าง ๆ
“การมองข้ามความจำเป็นของการศึกษา อาจส่งผลเสียต่อพันธกิจ ทำให้เกิดความรู้สึกถูกทอดทิ้งหรือด้อยค่า และอาจนำไปสู่ความตื้นเขินและความประมาทในงานของตนเอง... ความจำเป็นของการศึกษาไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในช่วงการอบรมขั้นต้น หรือเพียงเพื่อให้ได้ปริญญาทางวิชาการหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเท่านั้น แต่ควรเป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะรู้จักพระเจ้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่มีวันสิ้นสุด”
(Vita Consecrata, ข้อ 98)
(The Pastoral Missionary Dimension)
พระวินัยฯ ข้อ 058 กล่าวว่า:
“แนวทางด้านอภิบาลของกระบวนการอบรมทั้งหมดเป็นลักษณะเฉพาะของการอบรมธรรมทูต และสิ่งนี้ต้องปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการอบรม — ทั้งด้านการศึกษาและชีวิตจิต — ต้องเชื่อมโยงเข้ากับการฝึกฝนและประสบการณ์อภิบาลจริง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถต่ออายุและเสริมความเชื่อของตนในธรรมล้ำลึกแห่งความรอด และเตรียมตนเองให้พร้อมที่จะประกาศพระวรสารแก่ผู้อื่นด้วยความมั่นใจ”
“ประกาศข่าวดีแก่ผู้ยากจนและผู้ถูกทอดทิ้งมากที่สุด”