หน้าแรก > งานแพร่ธรรมของคณะ > โรงเรียน
โรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของคณะพระมหาไถ่
มนุษย์คือทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดของสังคมและโลกอนาคต และหากเราต้องการมองเห็นทิศทางของวันพรุ่งนี้ สิ่งแรกที่ต้องมองคือ เยาวชนในวันนี้ เพราะพวกเขาคือผู้ที่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ และจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและโลกไปข้างหน้า
คณะพระมหาไถ่ตระหนักถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่นี้ จึงให้ความสำคัญกับงานเยาวชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะการมอบการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่เพียงเพื่อสร้างนักเรียนที่เก่งและมีคุณภาพเท่านั้น แต่เพื่อหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อครอบครัว สังคม และโลกใบนี้
โรงเรียนพระมหาไถ่ศึกษา กรุงเพทฯ
(Pramahataisuksa School Bangkok)
ประวัติ:
โรงเรียนพระมหาไถ่ศึกษา เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อมอบการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่เด็กไทย เพื่อให้พวกเขานำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่มั่นคง
เส้นทางการก่อตั้งโรงเรียนเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2493 เมื่อคณะสงฆ์พระมหาไถ่สร้างโบสถ์ที่ซอยร่วมฤดี ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน และมีความตั้งใจที่จะจัดตั้งโรงเรียนเพื่ออบรมบุตรหลานของสัตบุรุษและชุมชนโดยรอบให้ได้รับการศึกษาที่ดีทั้งด้านวิชาการและด้านจิตใจ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 คุณพ่อกอดเบาท์ เจ้าอาวาสโบสถ์พระมหาไถ่คนแรก ได้เชิญซิสเตอร์คณะพระกุมารเยซูจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ มาช่วยงานด้านการสอน และในต้นปี พ.ศ. 2500 ซิสเตอร์จำนวน 5 ท่านได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อเริ่มต้นโครงการโรงเรียนอย่างจริงจัง กระทั่งวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2500 โรงเรียนได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นทางการ และเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ปีเดียวกัน โดยมี ซิสเตอร์ฟรังซิสชูจิตต์ ผลสุวรรณเป็นผู้บริหารคนแรก
ในระยะเริ่มต้น โรงเรียนใช้ศาลาของโบสถ์เป็นอาคารเรียนชั่วคราว นักเรียนรุ่นแรกมีเพียง 70 คน แบ่งออกเป็น 2 ระดับชั้นคือ ประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของสัตบุรุษและชุมชนใกล้เคียง แต่เมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น โรงเรียนจึงได้สร้างอาคารคอนกรีต 4 ชั้นหลังแรกขึ้นในปี พ.ศ. 2503 และขยายระดับชั้นถึงประถมศึกษาปีที่ 7 พร้อมทั้งเปิดรับทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนนานาชาติ
ความก้าวหน้าของโรงเรียนดำเนินต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2506 ได้รับอนุญาตให้เปิดถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และในปี พ.ศ. 2512 ก็ได้รับการรับรองวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาลเต็มรูปแบบตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อตอบสนองต่อจำนวนผู้เรียนที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2514 โรงเรียนได้สร้างอาคารคอนกรีต 3 ชั้นใหม่และตั้งชื่อว่า “ตึกพระมารดานิจจานุเคราะห์”
โอกาสครบรอบ 25 ปีของโรงเรียนในปี พ.ศ. 2525 ยังได้มีการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหลัง โดยได้รับการตั้งชื่อว่า “ตึกนักบุญอัลฟอนโซ” เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลายทั้งด้านการเรียนการสอนและกิจกรรมพัฒนานักเรียน
ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี โรงเรียนพระมหาไถ่ศึกษาได้ทำหน้าที่เป็นรากฐานการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนหลายรุ่นที่ก้าวออกไปเติบโตและพัฒนาชีวิตของตนเองและครอบครัวอย่างภาคภูมิ สิ่งนี้เป็นผลจากความทุ่มเทของคณะสงฆ์พระมหาไถ่ ซิสเตอร์ และคณะครูอาจารย์ที่มุ่งมั่นอบรมศิษย์ทุกคนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ พร้อมจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป
ปรัชญาของโรงเรียน
“ก้าวหน้าด้วยความรู้ คู่คุณธรรม”
โรงเรียนพระมหาไถ่ศึกษา มุ่งมั่นจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานักเรียนให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจริยธรรม เพื่อให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์พร้อมทั้งความรู้และคุณธรรม
ด้านร่างกาย : ส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกายให้แข็งแรงสมวัย
ด้านสติปัญญา : ปลูกฝังความคิดริเริ่ม ความเฉลียวฉลาด ความใฝ่รู้ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
ด้านอารมณ์ : ฝึกฝนให้นักเรียนรู้จักควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์
ด้านสังคม : หล่อหลอมให้เป็นผู้มีความเข้มแข็ง อดทน รู้จักหน้าที่ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ด้านจริยธรรม : สร้างพื้นฐานความเป็นคนดี มีศรัทธาในศาสนา ซื่อสัตย์ เสียสละ กตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ และพร้อมอุทิศตนเพื่อประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์
คติพจน์
“คุณธรรมนำความรู้ ไปสู่ความก้าวหน้า”
คำขวัญ
“ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน
ตั้งตนในคุณธรรม”
สีประจำโรงเรียน
สีขาว – แดง
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญ
ดังนั้น ชาวพระมหาไถ่ศึกษาจึงเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์และกล้าหาญ พร้อมที่จะรับการอบรมสั่งสอนเพื่อเติบโตเป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
ที่อยู่: 123/30 ต.ลุมพินี อ.เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ข้อมูล: โทร 02-256-6414 โทรสาร 02-256-6408
ติดต่อ: เว็ปไซด์ https://pramahatai.thai.ac
เฟสบุคเพจ https://www.facebook.com/pramahatai
โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา มีนบุรี
(Ruamrudee Internatioanl School)
ประวัติ:
โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา Ruamrudee International School (RIS) เป็นโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติ ที่เก่าแก่กว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1957 ถือได้ว่าเป็นวันก่อตั้งโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ณ พื้นที่บริเวณหลังโบสถ์พระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี กรุงเทพฯ
ชื่อ “ร่วมฤดี” อันมีความหมายที่ลึกซึ้ง กล่าวคือ “ร่วมใจ” อันเป็นหลักปรัชญาที่ยังคงยึดมั่นในการทำงานและถูกถ่ายทอดไปยังเด็กๆ ทุกคน อีกทั้งยังส่งผ่านไปสู่สังคมและเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกด้วย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่แสดงถึงการร่วมมือร่วมใจกัน เป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะสมาชิกในสังคมนั้นๆ และเป็นประชากรของโลกด้วยเช่นกัน
เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นและพื้นที่ของโรงเรียนมีขนาดเล็ก ทางคณะพระมหาไถ่ จึงได้ทำการย้ายโรงเรียนที่อยู่ในซอยร่วมฤดี ในกลางเมืองกรุงเทพฯ ออกไปบริเวณชานเมือง มีนบุรี ที่มีขนาดกว้างขวางและสามารถเป็นลานกิจกรรมและสถานที่เรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในปี 1992 อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบันนี้
RIS มีจุดมุ่งหมายเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน กล่าวคือ เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนเพื่อโลกแห่งอนาคต รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ต้องการความหลากหลายและปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น การเตรียมความพร้อมที่ดีจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อที่จะสามารถคิด วิเคราะห์ ความเป็นไปได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ ความสำเร็จของโรงเรียนคือการได้ผลิตเยาวชนที่มีคุณภาพให้กับสังคมและพวกเขาเหล่านั้นสามารถจุดประกายความฝันไปยังเยาวชนรุ่นต่อๆ ไป โรงเรียนจึงเป็นโลกใบย่อม ที่สามารถเรียนรู้และลงมือทำด้วยตัวของเขาเอง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถพัฒนาการเรียนรู้จากห้องเรียนนี้ ไปยังห้องเรียนในทุกๆ แห่งบนโลกด้วยเช่นกัน
ตราประจำโรงเรียนประกอบด้วยรูปโลก โดยมีอักษรย่อ RIS อยู่ด้านล่าง เส้นลองจิจูดบนลูกโลกสะท้อนถึงความเป็นสากลของโรงเรียน ขณะเดียวกัน ภาพเงาของโบสถ์ที่มีธงปักอยู่บนหลังคา สื่อถึงจิตวิญญาณคริสตชนและความรักแบบครอบครัวที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนโรงเรียนมาโดยตลอด อันเป็นรากฐานในการหล่อหลอมนักเรียน RIS ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อโลก
สีประจำโรงเรียนคือ สีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง ซึ่งสะท้อนถึงความหมายเดียวกับสีในธงชาติไทย อันเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดี ความรักชาติ พร้อมทั้งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งโรงเรียนและแรงบันดาลใจทางคุณธรรม
โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา (Ruamrudee International School) มุ่งมั่นที่จะได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะโรงเรียนชั้นนำด้านการศึกษา ที่บ่มเพาะการพัฒนาทางสติปัญญา คุณธรรม และสุขภาวะทางกาย ควบคู่กับการปลูกฝังความเมตตาผ่านการลงมือปฏิบัติ พร้อมทั้งหล่อหลอมผู้นำแห่งอนาคตให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา เป็นโรงเรียนคาทอลิกที่เปิดกว้างสำหรับทุกศาสนาและความเชื่อ เน้นการเรียนการสอนที่เข้มข้นและมีมาตรฐานสูง เพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลที่สมดุล ประสบความสำเร็จ และเปี่ยมด้วยความเมตตา
ที่อยู่: 6 ซอย รามคำแหง 184 แขวง มีนบุรี เขต มีนบุรี กทม. 10510
ข้อมูล: โทร +66(0)2 791 8900
แฟกซ์: 02 791 8901
Email: [email protected]
ติดต่อ: เว็ปไซด์ https://www.rism.ac.th
เฟสบุคเพจ https://www.facebook.com/ruamrudeebkk/?locale=th_TH
โรงเรียนอนุบาลนิจจานุเคราะห์ หนองคาย
(Nitchanukhro Kindergarden Nongkhai)
โรงเรียนอนุบาลนิจจานุเคราะห์ ก่อกำเนิดมาจากศูนย์อพยพ โดยคณะสงฆ์พระมหาไถ่ ในปี พ.ศ. 2517 นำโดย พระคุณเจ้าดูฮาร์ต พระสังฆราชประจำสังฆมณฑลอุดรธานี ได้เชิญคณะเซอร์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ซึ่งมีศูนย์กลางที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ กรุงเทพฯ ให้มาช่วย ผู้ที่อพยพมาจากฝั่งลาวประมาณกว่า 5,000 คน วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2518 คณะเซอร์รุ่นแรก 14 คน เดินทางถึงหนองคาย ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ประเทศลาวยุติสงคราม ค่ายอพยพ-ลาวถูกรัฐบาลสั่งปิดผู้อพยพ บางส่วนเดินทางไปประเทศที่ 3 และบางส่วนเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม
ปีพ.ศ. 2524 บาทหลวงริชาร์ด ทิลลี่ เริ่มสร้างและก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลนิจจานุเคราะห์ เพื่อเยาวชน ชาวหนองคายนี้ใช้แบบแปลนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีบาทหลวงสมพงษ์ เตียวตระกูล เป็นผู้รับใบอนุญาต นางสาวบังอร โก่งศร เป็นผู้บริหารคนแรกของโรงเรียนในตำแหน่ง ผู้จัดการ / ครูใหญ่ อาคารหลังแรกมี 6 ห้องเรียน มีนักเรียน 105 คน ครูและพี่เลี้ยงจำนวน 6 คน อาคารแรกมีชื่อตามคติพจน์ว่า “ ศึกษาดี มีวินัย ใจเมตตา ใฝ่หาคุณธรรม เลิศล้ำการงาน ”
ปีพ.ศ. 2529 สร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก 1 หลัง 2 ชั้น 6 ห้องเรียน อาคารนี้ชื่อ “ โรงเรียนอนุบาลนิจจานุเคราะห์” และได้สร้างโรงอาหาร โรงครัวบริเวณด้านหลังของอาคารหลังแรก และหอประชุมเอนกประสงค์ สำหรับประชุม ผู้ปกครองและทำกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียน โรงเรียนจัดการศึกษาโดยมุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก และเยาวชน ได้รับการพัฒนาด้านสติปัญญาควบคู่ไปกับคุณธรรมจริยธรรม มีสุขภาพดี มีความสุข จัดการเรียนการสอนโดยการบูรณาการประสบการณ์ต่าง ๆ จัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ในรูปแบบของการเล่น กล้าแสดงออก เกิดการค้นพบ เกิดความคิดสร้างสรรค์มีจินตนาการ รู้จักการแก้ปัญหา การใช้ภาษาตลอดจน การฝึกจริยธรรม เพื่อให้เด็กมีความพร้อมสำหรับศึกษาในระดับสูงต่อไป
ปีพ.ศ. 2535 โรงเรียนสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก 1 หลัง ชื่อนามอาคารว่า “ 300 ปี นักบุญอัลฟอนโซ ” เป็นอาคาร 2 ชั้น 6 ห้องเรียน เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสครบ 300 ปี ของนักบุญอัลฟอนโซ ผู้ก่อตั้งคณะพระมหาไถ่
ปีพ.ศ. 2543 โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษา ขนาดใหญ่ จากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพระราชทานโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ปรัชญาการศึกษา
“มนุษย์ที่มีคุณภาพ คือ มนุษย์ที่มีคุณธรรมและความรู้”
วิสัยทัศน์
บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ พัฒนาเด็กครบทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพมีทักษะการเรียนแห่งศตวรรษที่ 21 และดำรงชีวิตบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
คติพจน์
ศึกษาดี มีวินัย ใจเมตตา ใฝ่หาคุณธรรม เลิศล้ำการงาน
ที่อยู่: โรงเรียนอนุบาลนิจจานุเคราะห์ 140 หมู่ 5 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย 43000
ข้อมูล: โทร 042-411-838, 063-697-6160
โทรสาร 042-411-838
ติดต่อ: เว็ปไซด์ http://www.nitcha.ac.th/Nitcha/historyschool.php
เฟสบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/nitchanukhro
โรงเรียนเซนต์ยอร์ช อนุสรณ์
(Saint George Anusorn School)
มูลนิธิร่วมฤดี โดยคณะสงฆ์พระมหาไถ่แห่งประเทศไทย ได้ซื้อที่ดินผืนนี้ตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2547 ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล มองเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นชุมชนที่ขยายตัวจากศูนย์กลางกรุงเทพมหานครในอนาคต กระทั่งในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 70 ปี การสถาปนาคณะพระมหาไถ่ในประเทศไทย คุณพ่อวิรัช อมรพัฒนา ผู้บุกเบิกพื้นที่แห่งนี้ ได้นำเสนอ “โครงการศูนย์พันธกิจคณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ โรงเรียนเซนต์ยอร์ช อนุสรณ์, วัดน้อยพระเมตตา, และ บ้านพระเมตตาสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะสงฆ์พระมหาไถ่แห่งประเทศไทยให้ดำเนินการอย่างเป็นทางการ
โรงเรียนเซนต์ยอร์ช อนุสรณ์ ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ พระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร พระสงฆ์และพระสังฆราชไทยองค์แรกของคณะพระมหาไถ่ในประเทศไทย การก่อสร้างเริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยมีคุณพ่อวิรัช อมรพัฒนา เป็นผู้นำวิสัยทัศน์และเสกศิลาแรกของโรงเรียนและวัดน้อยพระเมตตา ต่อมาในวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565 คุณพ่อประเสริฐ โลหะวิริยศิริ ได้เสกอาคารเรียน ถือเป็นวันก่อตั้งโรงเรียนเซนต์ยอร์ช อนุสรณ์อย่างเป็นทางการ
โรงเรียนแห่งนี้มุ่งมั่นเป็นสถานศึกษาอันเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา ความใส่ใจ และการเกื้อกูลต่อกัน ด้วยความร่วมมือของนักเรียน ผู้ปกครอง คณะครู และบุคลากรทุกฝ่าย จุดหมายไม่ใช่เพียงการมอบความรู้ขั้นพื้นฐาน แต่ยังเน้นการสร้างทักษะชีวิตที่สำคัญสำหรับโลกปัจจุบันและอนาคต ได้แก่ การอยู่ร่วมกันในสังคมที่หลากหลาย การพัฒนาทักษะด้านภาษา และทักษะด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ที่สำคัญ โรงเรียนยังเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้เรียนที่ด้อยโอกาสและผู้ที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมของคณะพระมหาไถ่ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ถูกทอดทิ้ง ทั้งหมดนี้คือรากฐานที่ทำให้โรงเรียนเซนต์ยอร์ช อนุสรณ์ ไม่เพียงเป็นสถานศึกษา แต่ยังเป็น “ชุมชนแห่งความรักและเมตตา” ที่หล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นคนดี มีความรู้ และมีหัวใจเพื่อผู้อื่น
ที่อยู่: 222 หมู่ 7 ซอย เอแบค ตำบล บางบ่อ อำเภอ บางบ่อ จังหวัด สมุทรปราการ 10560
ข้อมูล: โทร +66 81 803 4920
ติดต่อ: [email protected]
เฟสบุ๊คเพจ: https://www.facebook.com/stgeorgeanusorn?locale=th_TH