หน้าแรก > จงมีชีวิตที่ไม่ธรรมดา...จงผจญภัยไปกับพระเยซู
ปลุกใจเยาวชน: “จงมีชีวิตที่ไม่ธรรมดา… จงผจญภัยไปกับพระเยซู”
โดย
พระสันตะปาปาเลโอที่ 14
เช้าวันอาทิตย์ที่สนามทอร์ เวอร์กาตา กรุงโรม เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความชื่นชมยินดีและพลังศรัทธาจากบรรดาเยาวชนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงปรากฏพระองค์ต่อหน้าฝูงชน พร้อมกับถ้อยคำทักทายที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวังว่า “สุขสันต์วันอาทิตย์! ขอให้วันนี้เป็นวันที่เต็มไปด้วยพระพร และกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าสำหรับพวกเราทุกคน”
ในบทเทศน์ พระองค์ได้กล่าวถึงเรื่องราวของสาวกสองคนที่เดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ผู้เคยสิ้นหวังหลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์ แต่กลับได้พบกับพระองค์ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ รู้จักพระองค์ผ่านการฟังพระคัมภีร์ และการบิขนมปัง จนสายตาของพวกเขาเปิดออก และหัวใจก็กลับมามีชีวิตใหม่ พระสันตะปาปาเน้นว่า การพบกับพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่จริง ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในวันนี้ได้ ให้ความคิด ความปรารถนา และหัวใจของเราสว่างไสวขึ้น
พระองค์ยังกล่าวถึงชีวิตมนุษย์ที่เปรียบได้กับต้นหญ้าที่มีความเปราะบาง งดงาม แม้ไม่จีรัง เป็นภาพที่อาจดูเศร้า แต่จริง ๆ แล้วสะท้อนถึงความจริงของการเกิดใหม่และการเติบโต พระองค์เตือนว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อชีวิตที่ซ้ำซากและนิ่งเฉย แต่เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องผ่านการให้ตนเองด้วยความรัก
ท่ามกลางความเร่งรีบของโลกยุคปัจจุบัน พระสันตะปาปาได้ชวนเยาวชนตั้งคำถามกับหัวใจของตนเองว่า เคยรู้สึกถึงความกระหายที่ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สามารถเติมเต็มได้ไหม? พระองค์กล่าวว่า อย่าปล่อยให้หัวใจถูกล่อลวงด้วยสิ่งเลียนแบบ แต่จงฟังเสียงภายในนั้นให้ดี เพราะนั่นอาจเป็นเสียงของพระเจ้าผู้กำลังเคาะเบา ๆ ที่หน้าต่างของวิญญาณเรา เหมือนเด็กที่ยืนเขย่งบนปลายเท้า พยายามมองผ่านหน้าต่าง เพื่อได้เห็นแสงของพระองค์ที่ส่องเข้ามา
พระองค์ยังกล่าวถึงนักบุญออกุสติน ผู้เคยแสวงหาความหมายในสิ่งต่าง ๆ บนโลกใบนี้ จนในที่สุดก็ตระหนักว่า ความหวังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในสิ่งสร้าง แต่อยู่ที่ “ผู้สร้าง” และเมื่อเขาได้สัมผัสกับพระเจ้า จึงได้กล่าวอย่างลึกซึ้งว่า “ข้าได้ลิ้มรสพระองค์แล้ว… ข้าจึงกระหายพระองค์ยิ่งขึ้น”
พระสันตะปาปาทบทวนถึงประสบการณ์หลากหลายที่เยาวชนได้พบเจอระหว่างช่วงวันชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา การพบปะข้ามวัฒนธรรม หรือการรับศีลอภัยบาป สิ่งเหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นว่า ความสมบูรณ์ของชีวิตไม่ได้วัดจากสิ่งที่เรามี แต่จากสิ่งที่เรากล้าเปิดรับและแบ่งปันให้แก่ผู้อื่น การซื้อ การสะสม และการบริโภคไม่ใช่คำตอบ แต่การเงยหน้าขึ้นมอง “สิ่งที่อยู่เบื้องบน” คือ กุญแจที่เชื่อมโยงเรากับพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง
พระองค์กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “พระเยซูคือความหวังของเรา” และขอให้เยาวชนรักษามิตรภาพกับพระองค์ไว้เสมอ ผ่านคำภาวนา ศีลมหาสนิท การสารภาพบาป และการทำความดี โดยมีบุญราศีเปียร์จอร์โจ ฟราสซาตี และบุญราศีคาร์โล อะคูติส เป็นแบบอย่างของเยาวชนผู้กล้าใช้ชีวิตด้วยความศักดิ์สิทธิ์อย่างธรรมดาแต่ยิ่งใหญ่ พระองค์กล่าวอย่างทรงพลังว่า “จงใฝ่หาสิ่งยิ่งใหญ่ ใฝ่หาความศักดิ์สิทธิ์ อย่าพอใจกับสิ่งเล็กน้อย!”
ก่อนจบ พระสันตะปาปาได้ฝากเยาวชนไว้ในความดูแลของพระแม่มารีย์ พระมารดาแห่งความหวัง พร้อมกับคำอวยพรว่า “ขอพระแม่มารีย์นำทางพวกเธอกลับบ้าน และให้ความเชื่อ ความรัก และความกล้าแพร่ขยายต่อไปในทุกที่ที่เธอไป!”