หน้าแรก > ข่าวสารคณะ > ซื่อสัตย์ต่อองค์พระมหาไถ่ เปิดใจสู่การฟื้นฟู
ซื่อสัตย์ต่อองค์พระมหาไถ่
เปิดใจสู่การฟื้นฟู
ระหว่างวันที่ 14–17 กรกฎาคม บรรดาสมาชิกคณะพระมหาไถ่แขวงประเทศไทยได้มารวมตัวกันในการประชุมก่อนสมัชชาคณะ ภายใต้หัวข้อ “Faithful to the Redeemer, Open to Renewal” ซึ่งเป็นคำเชื้อเชิญให้ทุกคนหยุดทบทวนชีวิตและพันธกิจของตนเอง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกและของคณะ ว่าเรายังคงดำเนินชีวิตตามรอยพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นองค์พระมหาไถ่ ด้วยความซื่อสัตย์และความไว้วางใจในพระองค์หรือไม่
ก่อนการประชุม คุณพ่อโรเจอริโอ โกเมส มหาธิการ ได้ส่งสาส์นถึงสมาชิกแขวงประเทศไทย โดยกล่าวถึงความหมายของคำว่า auctoritas หรือ “อำนาจ” ซึ่งมีรากศัพท์หมายถึง “การทำให้เติบโต” ท่านชี้ให้เห็นว่า อำนาจในจิตตารมณ์ของพระมหาไถ่ไม่ใช่การแสวงหาตำแหน่ง ชื่อเสียง หรือการยอมรับ แต่คือการส่งเสริมให้พี่น้องแต่ละคนได้เติบโตในกระแสเรียก และใช้พระพรที่พระเจ้าประทานอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งย้ำว่าสมัชชาคณะเป็นพื้นที่แห่งการรับฟัง การมีส่วนร่วม และการร่วมกันรับผิดชอบต่ออนาคตของคณะ ไม่ใช่ภาระของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ในการเปิดประชุม คุณพ่อจิตตพล ปลั่งกลาง อธิการเจ้าคณะ ได้พาผู้ร่วมประชุมย้อนมองการเดินทางของคณะพระมหาไถ่ในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีทั้งช่วงเวลาแห่งความสำเร็จและความผิดหวัง ความยินดีและความยากลำบาก แต่ทุกเหตุการณ์ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการหล่อหลอมให้แขวงเติบโตมาจนถึงวันนี้
คุณพ่อเจ้าคณะได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของคำว่า “Common” หรือการดำเนินชีวิตร่วมกัน เพราะในโลกที่มักผลักดันให้แต่ละคนมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง ชีวิตนักบวชกลับได้รับการเรียกให้แบ่งปัน ทั้งความเชื่อ ชีวิตส่วนรวม งานอภิบาล และจิตตารมณ์แห่งพระมหาไถ่ เพื่อร่วมกันสานต่อพันธกิจของพระเจ้า ท่านยังยกนักบุญเคลเมนส์ มารีย์ ฮอฟเบาว์เออร์ เป็นแบบอย่างของผู้นำที่เปี่ยมด้วยความหวัง ผู้สามารถประกาศข่าวดีท่ามกลางความแตกต่างของวัฒนธรรมและบริบททางประวัติศาสตร์ โดยไม่ละทิ้งหัวใจของพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
ตลอดการประชุม บรรยากาศเต็มไปด้วยช่วงเวลาแห่งการภาวนา การไตร่ตรอง และการแบ่งปันฝ่ายจิต คุณพ่อสายชล คันยุไล ผู้บรรยายในการประชุมครั้งนี้ ได้เชื้อเชิญให้ผู้เข้าร่วมใคร่ครวญถึง “พระพรแห่งความซื่อสัตย์” โดยอาศัยพระวาจาจากหนังสือสุภาษิตที่เรียกร้องให้วางใจในพระเจ้ามากกว่าความสามารถของตนเอง
ท่านกล่าวว่า ความสามารถที่ปราศจากความถ่อมตนอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกัน และแม้งานอภิบาลจะมีคุณค่าเพียงใด หากขาดชีวิตแห่งการภาวนา งานเหล่านั้นก็อาจค่อย ๆ เข้ามาแทนที่พระเจ้าโดยไม่รู้ตัว ท่านยังยกพระนางมารีย์เป็นแบบอย่างของผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อพระประสงค์ของพระเจ้า แม้ในยามที่ยังไม่เข้าใจทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
อีกช่วงหนึ่งของการประชุม พระสังฆราชเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต ได้นำผู้ร่วมประชุมใคร่ครวญเรื่องราวของศิษย์สองคนระหว่างทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอุส เพื่อสะท้อนภาพชีวิตนักบวชในปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งต้องเผชิญกับความสับสน ความเหน็ดเหนื่อย และคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสมาชิกที่สูงวัยขึ้นหรือกระแสเรียกที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม พระสังฆราชได้ให้กำลังใจว่า ช่วงเวลาเช่นนี้ไม่ใช่เวลาที่พระเจ้าทอดทิ้งประชากรของพระองค์ ตรงกันข้าม พระเยซูเจ้าทรงเป็นฝ่ายเสด็จเข้ามาเดินเคียงข้าง รับฟังด้วยความเข้าใจ และค่อย ๆ เปิดดวงตาให้ศิษย์มองเห็นความจริงด้วยมุมมองใหม่ จนหัวใจของพวกเขากลับลุกเป็นไฟอีกครั้ง พร้อมกันนั้น ท่านยังฝากคำถามสำคัญไว้ให้ทุกคนได้นำกลับไปภาวนาและพิจารณาว่า สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ "เราจะทำอะไร" แต่คือ "เราจะทำสิ่งนั้นด้วยจิตตารมณ์แบบใด"
ตลอดการประชุม เนื้อหาทั้งหมดล้วนมุ่งกลับไปยังรากฐานของการเป็นธรรมทูตพระมหาไถ่ นั่นคือการซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ซื่อสัตย์ต่อพี่น้อง และเปิดใจรับการฟื้นฟูที่พระจิตเจ้าทรงนำพา
ไม่ว่าอนาคตของของคณะฯ จะต้องเผชิญกับความท้าทายเพียงใด สิ่งที่สมาชิกทุกคนร่วมใจกันภาวนาขอคือ ขอพระจิตเจ้าทรงเป็นผู้นำทุกการตัดสินใจ เพื่อให้พันธกิจแห่งการประกาศข่าวดีและการไถ่กู้ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความหวัง ความกล้าหาญ และความซื่อสัตย์ต่อองค์พระมหาไถ่ เช่นเดียวกับที่บรรพบุรุษของคณะได้ดำเนินมาอย่างมั่นคงตลอดเกือบ 80 ปีบนแผ่นดินไทย
RECENT UPDATES
พิธีบูชาขอบพระคุณและพิธีบวชพระสงฆ์ สปป.ลาว
ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน 2026 บ้านป่าฝาง
ฉลองวัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ ป่าฝาง
ฉลอง “50 ปีแห่งความเชื่อคริสตชนม้ง”
การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจำปีของคณะพระมหาไถ่
อัญเชิญพระธาตุบุญราศีทั้ง 8 แห่งประเทศไทย
300 ปี แห่งชาตะกาลและฉลองวัดนักบุญเยราร์ด ขอนแก่น
ปลงศพคุณพ่อเดวิดเจียง เกษสุรินทร์, C.Ss.R.