หน้าแรก > ข่าวสารคณะ > การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจำปีคณะพระมหาไถ่
การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจำปีของคณะพระมหาไถ่
ไตร่ตรองเส้นทางชีวิตนักบวชผ่านเรื่องราวของบรรดาโหราจารย์
การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจำปีของคณะพระมหาไถ่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 พฤศจิกายน 2025 เป็นเวลาสำคัญที่สมาชิกคณะได้หยุดพักจากพันธกิจประจำวัน และกลับคืนสู่ความเงียบสงบเพื่อฟื้นฟูจิตใจใหม่อีกครั้ง ปีนี้ คุณพ่อเอกมัย เหลือหลาย O.F.M. Cap ได้รับเชิญให้เป็นผู้เทศน์ นำพาสมาชิกให้ไตร่ตรองถึงความหมายของกระแสเรียกและเส้นทางชีวิตนักบวชอย่างลึกซึ้ง โดยในเย็นวันแรก คุณพ่อจิตตพล ปลั่งกลาง, C.Ss.R. คุณพ่อเจ้าคณะ ได้กล่าวต้อนรับสมาชิกทุกคนด้วยความอบอุ่น และเชิญชวนให้ใช้โอกาสนี้เพื่อพบปะ พูดคุย และพร้อมใจกันกลับมาทบทวนชีวิตนักบวชร่วมกัน
หัวข้อสำคัญของการเข้าเงียบครั้งนี้คือการไตร่ตรองเส้นทางชีวิตนักบวชผ่านภาพการเดินทางของบรรดาโหราจารย์ที่ติดตามดาวไปเฝ้าพระกุมาร ตามพระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ 2:1–12) คุณพ่อเอกมัยได้นำเสนอว่าดวงดาวที่โหราจารย์เห็น เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเสียงเรียกจากพระเจ้า ดาวช่วยปลุกความปรารถนาในใจพวกเขา ให้ลุกขึ้นออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนสู่จุดหมายที่ยังไม่รู้ชัด เช่นเดียวกับชีวิตนักบวชที่เริ่มต้นด้วยการตอบสนองต่อพระพรเรียก แม้จะยังไม่รู้เส้นทางข้างหน้า แต่ก็เต็มด้วยความไว้วางใจในพระเจ้า
คุณพ่อได้ชี้ให้เห็นว่า แม้โหราจารย์จะมาจากต่างที่ต่างถิ่น แต่พวกเขากลับเดินไปในทิศทางเดียวกัน คือการพบพระกุมาร ชีวิตนักบวชของคณะพระมหาไถ่ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้สมาชิกจะมาจากหลากหลายพื้นเพ แต่เรากลับถูกนำมารวมกันเป็นหมู่คณะเดียว โดยมีพระจิตเจ้านำทางและหล่อเลี้ยงชีวิตเสมอ
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของโหราจารย์ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป บางช่วงพวกเขาไม่เห็นดาวที่เคยนำทาง ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาที่ชีวิตนักบวชอาจรู้สึกหลงทาง เหน็ดเหนื่อย หรือหมดไฟ แต่คุณพ่อเตือนใจว่า ดาวนั้นไม่ได้ดับสูญ เพียงแค่หายไปชั่วคราว และจะกลับมาส่องแสงอีกครั้งผ่านกำลังใจจากหมู่คณะ คำตักเตือนด้วยความหวังดี และแม้แต่เสียงจากผู้ที่เราได้พบระหว่างทาง พระเจ้าทรงใช้ทุกสิ่งนำเรากลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องเสมอ
โหราจารย์ยังสอนเราว่า ผู้ที่เปิดใจอย่างถ่อมตนเท่านั้นจะสามารถมองเห็นพระเจ้าได้ พวกเขาไม่สะดุดกับความเรียบง่ายของรางหญ้า ไม่คาดหวังพระกุมารว่าจะประทับในพระราชวังใหญ่โต แต่เมื่อพบพระองค์ในความยากจน พวกเขากลับเต็มด้วยความชื่นชมยินดี ชีวิตนักบวชก็เช่นกัน เมื่อเราตอบรับพระเจ้า เราจำเป็นต้องมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้พระองค์—คือชีวิตทั้งชีวิต ผ่านคำปฏิญาณสามประการแห่งความยากจน ความบริสุทธิ์ และความนบนอบ
ในช่วงบ่ายของการเข้าเงียบ คุณพ่อได้นำการภาวนาโดยใช้สดุดีบทที่ 23 ย้ำว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี หากเรายอมเดินตามพระองค์ เราจะไม่ขาดสิ่งใด แม้หนทางจะผ่านความมืดหรือความเหน็ดเหนื่อย พระองค์จะอยู่เคียงข้างและคอยนำทางเสมอ
การเข้าเงียบครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งพระพร ที่ช่วยให้สมาชิกคณะพระมหาไถ่กลับมาตระหนักว่า ชีวิตนักบวชคือการเดินทางที่มีพระเจ้าเป็นดาวนำทาง และมีหมู่คณะเป็นพี่น้องร่วมทาง เพื่อก้าวไปสู่การพบพระองค์อย่างเต็มใจและชื่นชมยินดี