พิธีปฏิญาณตนครั้งแรก
และพิธีปฏิญาณตนตลอดชีพ
พิธีปฏิญาณตนครั้งแรก
และพิธีปฏิญาณตนตลอดชีพ
หน้าแรก > ข่าวสารคณะ > พิธีปฏิญาณตนครั้งแรกและตลอดชีพ
พิธีปฏิญาณตนครั้งแรกและตลอดชีพ
คณะพระมหาไถ่
เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 ณ วัดนักบุญโทมัส อไควนัส มีนบุรี ได้มีพิธีปฏิญาณตนของสมาชิกคณะพระมหาไถ่แขวงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งพระพรที่งดงาม เป็นประจักษ์พยานถึงความซื่อสัตย์ในการตอบรับเสียงเรียกจากพระเจ้าเพื่อมุ่งสู่ชีวิตนักบวชของคณะฯ และให้พระเยซูเจ้าเป็นเป้าหมายในชีวิตของเขาเหล่านั้น
ผู้ถวายตนตนเป็นครั้งแรก
นวกชนมัทธิว ทิวานนท์ วิหคไพรวัลย์
นวกชนเปโตร อนุวัฒน์ วังคีรี
ผู้ถวายตนตลอดชีพ
บราเดอร์เปโตร ยันตินา เพียแก้ว, C.Ss.R.
พิธีบูชาขอบพระคุณในวันนี้ คุณพ่อเปโตร จิตตพล ปลั่งกลาง, C.Ss.R. อธิการเจ้าคณะพระมหาไถ่แขวงประเทศไทย เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นของครอบครัว ญาติมิตร นักบวช และสัตบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจ
ชีวิตคือการเดินทางแห่งความเชื่อ
คุณพ่อเจ้าคณะฯ ได้แบ่งปันบทเทศน์ที่เต็มไปด้วยข้อคิดและแรงบันดาลใจ โดยเปรียบเทียบชีวิตของมนุษย์ว่าเป็น “การเดินทาง” — จากวัยเยาว์สู่วัยรุ่น จากวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่ อันเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้ และค้นหาความหมาย ซึ่งเป็นการเดินทางที่คล้ายกับบุคคลในพระคัมภีร์
คุณพ่อกล่าวถึงอับราฮัม ผู้ได้รับการเรียกจากพระเจ้าให้ออกเดินทางไปสู่ภารกิจที่ไม่รู้จุดหมาย แต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น และยอห์น ผู้ชี้ไปที่พระเยซูเจ้าและกล่าวว่า “นี่แหละ คือ องค์พระผู้เป็นเจ้า” เพื่อให้ศิษย์หันไปติดตามพระองค์และดำเนินชีวิตแบบพระองค์
พระเยซูเจ้าเองก็ทรงเรียกศิษย์ด้วยถ้อยคำง่าย ๆ ว่า “จงมา แล้วดูเถิด” เป็นคำเชื้อเชิญให้ผู้มีความเชื่อเข้ามาสัมผัสพระองค์อย่างลึกซึ้ง มีประสบการณ์ตรงกับพระคริสตเจ้า และยอมให้พระองค์เปลี่ยนแปลงชีวิต เช่นเดียวกับศิษย์ที่ได้รับชื่อใหม่และชีวิตใหม่จากพระองค์
เครื่องแบบที่มากกว่าสัญลักษณ์
การปฏิญาณตนของนวกชนทั้ง 2 ในวันนี้ คือ การมอบตนต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการศึกษาชีวิตนักบวชในคณะพระมหาไถ่ และการรับเครื่องแบบของคณะก็เป็นมากกว่าสัญลักษณ์ — เป็นเครื่องเตือนใจในการดำเนินชีวิตตามแบบฉบับของพระคริสตเจ้าผ่านทางคณะพระมหาไถ่
สำหรับปฏิญาณตนตลอดชีพในวันนี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ลึกซึ้งอีกครั้งหนึ่ง เพราะเขาได้มอบทั้งชีวิตเพื่อรับใช้พระเจ้าในหนทางแห่งความรักและตามวิถีของคณะพระมหาไถ่ ซึ่งยึดมั่นในพันธกิจเพื่อผู้ยากไร้และผู้ถูกทอดทิ้ง
การถวายตัวแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่เป็นการเดินทางที่ต้องมีทั้งความเชื่อ ความพากเพียร และความไว้วางใจในพระเจ้า เป็นการดำเนินชีวิตเพื่อผู้อื่น และเพื่อพันธกิจแห่งความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ขอขอบคุณพระเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำทางแห่งชีวิต
และครอบครัวทุกครอบครัวที่สนับสนุนกระแสเรียกของบุตรหลาน
เพื่อให้พวกเขาได้เป็นศิษย์แท้ของพระคริสตเจ้า
และเป็นประจักษ์พยานแห่งพระพรในโลกนี้