for001

คุณพ่อประสิทธิ์ ตรงสหพงศ์

          การอบรมในนวกสถานเป็นการอบรมอีกขั้นหนึ่งของผู้สมัครที่จะเป็นนักบวชไม่ว่าหญิงหรือชาย ที่พระศาสนจักร กำหนดไว้ให้ หลังจากที่ผ่านการอบรมเบื้องต้นมาบ้างแล้ว และก่อนที่จะตัดสินใจถวายตัวเข้าคณะนั้นๆ เพื่อเข้าใจใน กระแสเรียกของตนว่าเหมาะสมกับคณะที่ตนได้สมัครเข้าและขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้ทางคณะได้พิจารณาความ เหมาะสมของผู้สมัครเช่นเดียวกัน

              บทความนี้ผู้เขียนขอทำความเข้าใจก่อนว่าเป็นบทความที่มีความหมายกว้าง   ในความหมายของคำว่า "การอบรม"           และการอบรมในนวกสถานคณะพระมหาไถ่หนองคาย ก็มีมาเป็นเวลานานพอสมควร กาลเวลาย่อม มีผลต่อการอบรม เพราะแต่ละยุคแต่ละสมัยก็ย่อมให้การอบรมเหมาะสมกับกาลเวลานั้น ๆ และมีบุคคลหลายท่าน เกี่ยวข้อง การอบรมและการปกครองของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ความพร้อมของผู้รับการอบรมก็แตกต่างกันแล้ว แต่ปีของนวกภาพ บทความนี้จึงขอจำกัดเฉพาะจุดประสงค์ของการอบรมในนวกสถานคณะพระมหาไถ่หนองคาย ในความเข้าใจและวิธีการที่ผู้เขียนได้สัมผัสมาในช่วงสามปีที่ทำหน้าที่เป็นนวกจารย์หรือผู้ให้การอบรม

           การอบรมในนวกสถานก็เป็นการอบรมอีกขั้นหนึ่งของผู้สมัครที่จะเป็นนักบวชไม่ว่าหญิงหรือชาย ที่พระศาสนจักร กำหนดไว้ให้ หลังจากที่ผ่านการอบรมเบื้องต้นมาบ้างแล้ว และก่อนที่จะตัดสินใจถวายตัวเข้าคณะนั้นๆ เพื่อเข้าใจใน กระแสเรียกของตนว่าเหมาะสมกับคณะที่ตนได้สมัครเข้าและขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้ทางคณะได้พิจารณาความ เหมาะสมของผู้สมัครเช่นเดียวกัน ในนวกสถานแต่ละแห่งก็จะให้การอบรมเพื่อผู้สมัครจะได้เติบโตเป็นคนที่สมบูรณ์ ขึ้นทางจิตวิญญาณ ด้านสติปัญญาและด้านงานอภิบาล การอบรมด้านชีวิตจิตเป็นหัวใจของการอบรมในนวกสถาน การสวดภาวนาเป็นสิ่งสำคัญ การสวดภาวนาก็มีหลายอย่างเช่น พิธีกรรมต่าง ๆ (ซึ่งได้แก่ ศีลมหาสนิท ศีลอภัยบาป สวดทำวัตร) สวดส่วนตัว อ่านพระคัมภีร์ อ่านหนังสือศรัทธา ความศรัทธาต่อแม่พระ เป็นต้น รวมทั้งต้องให้ความสนใจ เป็นพิเศษต่อการดำเนินชีวิตพระวรสารด้วย เช่น ความยากจน ความบริสุทธิ์ ความนอบน้อมถ่อมตน การอบรมให้เป็น คนครบครัน คือการอบรมให้ผู้สมัครเกิดการพัฒนาสู่วุฒิภาวะ และเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน เป็นคนมีบุคลิกดี มีหัวใจที่รู้จักสงสารคน มีวิจารณญาณที่ดี เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติทั้งหลายเหล่านี้ จะเป็นพื้นฐานในการสร้างบุคลิกภาพ ของนักบวชที่ครบครัน และเป็นตัวของตัวเอง ทั้งจะเป็นคนใจกว้างในการทำหน้าที่ของตนต่อไป

          ในเรื่องการอบรมทางด้านสติปัญญานั้น ในปีนวกภาพจะเน้นวิชาการเพื่อส่งเสริมชีวิตศรัทธาเท่านั้นเช่นว่า ศึกษาพระคัมภีร์หรือพิธีกรรมเป็นต้นไม่เคร่งเครียดไม่ต้องเป็นห่วงเหมือนในบ้านเณร ทางด้านการอบรม ด้านงาน อภิบาล มีจุดประสงค์ที่จะฝึกตนทำงานในคณะ และสอนวิธีการต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการถ่ายทอดความรักของ พระคริสตเจ้า โดยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องรวมบางเรื่องเข้าในการอบรมด้วย เช่น การอบรมให้เป็นธรรมทูตที่แท้จริง โดย มีจิตตารมณ์มิชชันนารี ให้รู้จักเตรียมพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ และให้มีความรู้เกี่ยวกับโครงการอภิบาลต่าง ๆ เช่นชีวิต ครอบครัว เยาวชน ฯลฯ การอบรมชีวิตหมู่คณะมีจุดประสงค์เพื่อเตรียมนวกชนให้รู้จักมีส่วนร่วมในหมู่คณะที่ทำงาน ด้านต่าง ๆ ทั้งในคณะ และที่อยู่ในพระศาสนจักรท้องถิ่น การอบรมทั้งหมดนี้นักบวชทุกคณะก็มีจุดประสงค์ให้นวกชน ของตนเติบโตในด้านต่าง ๆ โดยมีองค์พระคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลาง โดยให้ชีวิตกลมกลืนในสภาพการณ์ของสังคมใน ปัจจุบันและในพระศาสนจักร เข้าใจเอกลักษณ์และบทบาทของตนในฐานะนักบวช

          การอบรมในนวกสถานของคณะพระมหาไถ่ หนองคาย ก็มีจุดประสงค์อันเดียวกันตามกฎหมายของ พระศาสนจักรว่าด้วยการอบรมของนวกชนนักบวชทั่วไปหลังจากเณรซึ่งเป็นโปสตุลันต์ที่บ้านเณรเล็กศรีราชาแล้ว คุณพ่ออธิการเจ้าคณะพร้อมที่ปรึกษาก็จะอนุมัติให้เณรมาอยู่ที่หนองคายเพื่อทำปีนวกภาพเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มโดย การเข้าเงียบเป็นเวลาแปดวันเต็ม และก่อนจะถวายตัวก็จะเข้าเงียบอีกแปดวัน บ้านของคณะที่หนองคายได้ถูกกำหนด ให้เป็นนวกสถานของคณะโดยมีเหตุผลว่า คณะพระมหาไถ่ทั่วไปจะอยู่ท่ามกลางคนยากจน หนองคายซึ่งอยู่ภาคอีสาน และถือว่าเป็นภาคที่กันดารและยากจน เพื่อนวกชนของคณะจะได้สัมผัสกับความยากจนบ้านหนองคายเป็นบ้านของ คณะที่มีพระสงฆ์มิชชันนารีและเจ้าวัดในเขตต่างๆ มาพักค้างคืนกัน จึงเป็นโอกาสให้นวกชนของคณะได้รู้เห็นชีวิต การแพร่ธรรม และมีส่วนร่วมสนับสนุนการงานของคณะที่เขาจะต้องทำต่อไป

          เพื่อให้การอบรมในด้านต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไปตารางเวลาแต่ละวันก็ได้กำหนดไว้คือมีเวลาเข้าวัดสวดภาวนา เวลาส่วนมากจะจัดเพื่อการภาวนาทั้งส่วนรวมและส่วนตัว บรรยากาศความสงบเงียบก็จำเป็นในการภาวนาและ สำรวม การพบปะกับบุคคลภายนอกก็จำกัดลงเพื่อนวกชนจะมีเวลาให้พระมากขึ้น และไม่นำปัญหาโลกมาสับสน ชีวิตของตน ในแต่ละอาทิตย์ในวันศุกร์ จะถือเป็นวันเข้าเงียบ การพลีกรรมใช้โทษบาปก็ส่งเสริมชีวิตการภาวนา ศีลอภัยบาป การพบคุณพ่อวิญญาณหรือนวกจารย์ก็ช่วยพัฒนาชีวิตฝ่ายจิต

          ในนวกสถานก็มีเวลารับการอบรมจากบทเทศน์ของพระสงฆ์ มีเวลาเรียนและศึกษาจิตตารมณ์ธรรมนูญและ พระวินัย ประวัติของคณะจากนวกจารย์ หรือคุณพ่ออาจารย์คนอื่น มีเวลาเล่นกีฬา มีการพักผ่อน หรือไปเที่ยวในวันหยุด เป็นกลุ่ม ไปร่วมงานและการฉลองต่าง ๆ ในเขตสังฆมณฑลอุดรธานี มีเวลาทำการงาน การสอนคำสอนแก่เยาวชน ช่วยคุณพ่อเจ้าวัดในการเตรียมฉลองวัดต่าง ๆ เพื่อจะได้คุ้นเคยกับพระสงฆ์เจ้าวัดและวัดต่าง ๆ มีการทำงานบ้านทั้ง ภายในและภายนอก ดูแลรักษาความสะอาดบ้านและบริเวณ บำรุงซ่อมแซมบ้าน ทั้งยังรับแขกที่ไปมาและช่วยเหลือ สงเคราะห์คนยากจนในเขตวัดด้วย ช่วยงานโรงเรียนอนุบาลนิจจานุเคราะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนของคณะ งานทั้งหมดนี้ก็ จะฝึกฝนให้นวกชนเติบโตในด้านต่าง ๆ เป็นผู้ใหญ่และรับผิดชอบมากขึ้นหากว่านวกชนคนใดขาดน้ำใจไม่ปฏิบัติ ตามแนวทางที่ช่วยเขานี้ก็ไปไม่รอด

          จึงขอสรุปบทความนี้ว่า เวลาหนึ่งปีของนวกภาพ อาจจะผ่านไปด้วยความสบายใจทั้งนวกชนและนวกจารย์ หาก ปล่อยไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจเป็นปีทองและปีที่ต้องจดจำตลอดชีวิตนักบวชหากว่าใช้เวลาหนึ่งปีนี้ตาม จุดประสงค์และและตารางเวลา ในวาระที่ผู้เขียนเป็นนวกจารย์ ได้เคยบอกนวกชนเสมอว่า ผู้อบรมผู้ฝึกฝน คือตัวเราเอง จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวนวกชน นวกจารย์เป็นแค่ผู้นำทาง เป็นผู้แนะแนวเท่านั้น